ขนมแมวเลียกินทุกวันได้ไหม? แจกเทคนิคเลือกขนมที่ดีต่อน้องแมว

แมวหลายบ้านคงคุ้นกับภาพที่แค่หยิบซองขนมแมวเลียขึ้นมา น้องก็รีบวิ่งมาหาทันที

เพราะขนมแมวเลียเป็นของโปรดที่ทั้งอร่อย กินง่าย และช่วยสร้างช่วงเวลาดี ๆ ระหว่างเจ้าของกับน้องแมว

แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า…

“ขนมแมวเลียกินทุกวันได้ไหม?”

คำตอบคือ “กินได้” หากเลือกขนมที่มีคุณภาพและให้ในปริมาณที่เหมาะสม

เพราะถึงแม้จะเป็นของว่างแสนอร่อย แต่ก็ไม่ควรใช้แทนอาหารหลัก

มาดูกันว่า ควรให้อย่างไรถึงจะอร่อยและดีต่อสุขภาพของน้องแมว

ขนมแมวเลียกินทุกวันได้ไหม?

คำตอบคือ ได้ แต่ควรให้ในปริมาณที่พอดี

ขนมแมวเลียถูกออกแบบมาให้เป็น อาหารว่าง (Treat) ไม่ใช่อาหารหลัก ดังนั้นแมวควรได้รับสารอาหารหลักจากอาหารเม็ดหรืออาหารเปียกที่มีโภชนาการครบถ้วนก่อน หากให้ในปริมาณที่เหมาะสม ขนมแมวเลียสามารถช่วยได้หลายอย่าง เช่น

  • ใช้เป็นรางวัลเวลาฝึกหรือเล่นกับน้อง
  • เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับแมว
  • ช่วยกระตุ้นการกินในแมวที่เบื่ออาหาร
  • ใช้ผสมยา หรือเบี่ยงเบนความสนใจเวลาตัดเล็บและแปรงขน

แล้วควรให้วันละเท่าไร?

หลักง่าย ๆ คือ ขนมควรมีพลังงานไม่เกิน 10% ของพลังงานที่แมวได้รับต่อวัน ตัวอย่างเช่น

  • แมวน้ำหนักประมาณ 3–4 กิโลกรัม ต้องการพลังงานเฉลี่ยราว 200–250 กิโลแคลอรีต่อวัน
  • ดังนั้นพลังงานจากขนมควรอยู่ประมาณ 20–25 กิโลแคลอรีต่อวัน

ทั้งนี้ ควรดูคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์ของแต่ละแบรนด์ร่วมด้วย เพราะแต่ละสูตรให้พลังงานไม่เท่ากัน

วิธีให้ขนมแมวเลียอย่างถูกต้อง

1. อย่าให้แทนอาหารหลัก

ขนมแมวเลียควรเป็นของว่างเท่านั้น หากให้มากเกินไป แมวอาจอิ่มก่อนมื้อหลัก ส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

2. เลือกขนมที่มีคุณภาพ

ก่อนซื้อ ลองสังเกตฉลากสักนิด โดยเลือกสูตรที่มี

  • โปรตีนจากเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลัก
  • ไม่มีสีสังเคราะห์
  • ไม่มีวัตถุกันเสียที่ไม่จำเป็น
  • โซเดียมในระดับเหมาะสม
  • มีสารอาหารเสริมที่เป็นประโยชน์ เช่น ทอรีน โอเมก้า 3 หรือวิตามินต่าง ๆ

ยิ่งส่วนผสมดี ก็ยิ่งช่วยให้น้องได้รับประโยชน์มากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียว

3. ใช้เป็นรางวัลจะดีที่สุด

ขนมแมวเลียเหมาะสำหรับ

  • หลังเล่นกับน้อง
  • หลังตัดเล็บ
  • หลังอาบน้ำ
  • ระหว่างฝึกพฤติกรรม
  • เวลาพาไปพบสัตวแพทย์

การให้เป็นรางวัลจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี และทำให้น้องรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

4. หมั่นสังเกตสุขภาพของน้อง

หลังเริ่มให้ขนมเป็นประจำ ควรสังเกตว่า

  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่
  • ยังทานอาหารหลักได้ปกติ
  • ไม่มีอาการท้องเสียหรืออาเจียน
  • ขับถ่ายเป็นปกติ

หากมีอาการผิดปกติ ควรหยุดให้และปรึกษาสัตวแพทย์

มาดูกันว่า ควรให้อย่างไรถึงจะอร่อยและดีต่อสุขภาพของน้องแมว”

เลือกขนมแมวเลียแบบไหนดี?

– ปัจจุบันมีขนมแมวเลียหลายสูตรให้เลือก หากอยากเลือกสูตรที่ดี ลองมองหาคุณสมบัติเหล่านี้ –

  • โปรตีนสูงจากเนื้อสัตว์จริง
  • ไม่มีสีและกลิ่นสังเคราะห์
  • ไม่มีการเติมเกลือในปริมาณสูง
  • มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสุขภาพ

ขนมที่ดีไม่ใช่แค่อร่อย แต่ควรช่วยเสริมสุขภาพของน้องในระยะยาวด้วย

อาหารที่ไม่ควรให้แมวกิน

นอกจากเลือกขนมที่ดีแล้ว ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นอันตรายต่อแมว เช่น

  • ช็อกโกแลต
  • ไซลิทอล (Xylitol)
  • หอมและกระเทียม
  • องุ่นและลูกเกด
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • นมวัวสำหรับบางตัวที่แพ้แลคโตส

* หากไม่แน่ใจว่าอาหารชนิดใดปลอดภัย ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง *

ทำไมหลายบ้านถึงเลือก Catamin?

หากกำลังมองหาขนมแมวเลียที่ทั้งอร่อยและใส่ใจสุขภาพ Catamin เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการให้เป็นของว่างในแต่ละวัน Catamin คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ พร้อมเสริมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับแมวในแต่ละสูตร ไม่ว่าจะเป็น

💙 L-Lysine ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
💛 Biotin และ Collagen ช่วยบำรุงผิวหนังและเส้นขน
🧡 L-Theanine และ Omega-3 ช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย

พร้อมจุดเด่นที่เจ้าของหลายบ้านชื่นชอบ

  • ผลิตจากวัตถุดิบ Human Grade
  • ไม่เติมเกลือ
  • ไม่มีกลูเตน
  • ไม่เติมวัตถุกันเสีย
  • มีให้เลือกถึง 3 สูตร ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันของน้องแมว

เหมาะสำหรับใช้เป็นของว่างหรือรางวัลในแต่ละวัน เมื่อให้ในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำ

สรุป

ขนมแมวเลียสามารถให้ทุกวันได้ หากเลือกสูตรที่มีคุณภาพและควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม โดยยังคงให้อาหารหลักเป็นมื้อสำคัญของน้องเหมือนเดิม เพียงเลือกขนมที่ดี มีคุณค่าทางโภชนาการ และให้ในเวลาที่เหมาะสม ก็จะช่วยให้น้องแมวมีความสุข พร้อมได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ในทุกคำที่เลีย หากกำลังมองหาขนมแมวเลียคุณภาพดี ที่ทั้งอร่อยและใส่ใจสุขภาพ Catamin พร้อมเป็นตัวช่วยให้ทุกช่วงเวลาของคุณกับน้องแมวพิเศษยิ่งขึ้น

Scroll to Top